ผลกระทบทางร่างกาย

ระบบทางเดินหายใจ
         ในการเดินทางแต่ละครั้ง จะเกิดการเผาไหม้เชื้อเพลิงของยานพาหนะ ก่อให้เกิดมลพิษคาร์บอนมอนอกไซด์ (
CO) ไฮโดรคาร์บอน (HC) ออกไซด์ของไนโตรเจน (NO , NO2 , NOx) และ สารตะกั่ว (ใช้เป็นสารเติมในน้ำมันเชื้อเพลิง)และอาจเกิดการฝุ่นละอองที่มาจากโรงงาน หรือ อุตสาหกรรมต่างๆ ทำให้เกิดอาการแพ้และระคายเคืองต่อระบบทางเดินหายใจ ซึ่ง
CO = ถ้าสูดดมเข้าไปจะมีอาการปวดศีรษะ อ่อนเพลีย จนถึงตายได้
NO2 = ก๊าซที่มีกลิ่นเหม็น มีฤทธิ์เป็นกรด ทำให้เกิดความระคายเคือง เช่นตาแดงอักเสบ ระคายเคืองคอ และระบบหายใจ
http://www.108health.com/108health/
SO2 = ก๊าซที่มีกลิ่นเหม็น ( ก๊าซไข่เน่า ) จะมีอาการแสบจมูก ระบบทางเดินหายใจอักเสบ และทำให้เป็นโรคหลอดลมอักเสบ ทำลายเนื้อเยื่อปอด
Pb = เป็น มลพิษที่มีอันตรายสูงต่อระบบต่างๆของร่างกาย อาจเกิดโรคโลหิตจาง มีผลต่อระบบประสาทเกิดความผิดปกติทางด้านความจำ และความเฉลียวฉลาด ทำให้มี IQ ต่ำ
โอโซน (
O3) = เป็นโรคถุงลมพองโต ปอดบวม
           แนวทางแก้ไข                     เราต้องช่วยกันควบคุมสิ่งแวดล้อมและสารก่อภูมิแพ้ โดยอาจทำได้ง่ายๆ คือ ลดจำนวนมลพิษทางอากาศ เช่น ถ้าเพื่อนและเราจะไปซื้อของกันที่ Big C ก็สามารถไปรถคันเดียวกันได้ โดยไม่จำเป็นที่จะต้องเอารถไปคันละคัน จะประหยัดค่าน้ำมันและลดการเผาไหม้ของเชื้อเพลิงของยานพาหนะ

http://www.pantip.com/tech/techblog/article.php?articleID=TE2752645
 เมื้อยล้า           จาก การเดินทางเป็นระยะทางที่ไกลและมีระยะเวลาที่นานพอสมควร จะส่งผลให้กล้ามเนื้อเกิดอาการตึงเครียดได้ และทำให้ระบบไหลเวียนเลือดในร่างกายไม่มีประสิทธิภาพ และโรคกล้ามเนื้ออักเสบ ซึ่งภาวะที่กล้ามเนื้อคลายตัวจะมีการไหลเวียนของเลือดเข้าสู่กล้ามเนื้อ เพื่อนำออกซิเจนและอาหารมาให้กล้ามเนื้อ ชำระเอาคาร์บอนไดออกไซด์ และสารเคมีที่ตกค้างอยู่ออกไปจากกล้ามเนื้อ แต่ถ้ากล้ามเนื้อหดตัวอยู่เป็นระยะเวลานาน แล้วไม่คลายตัว สารตกค้างที่เป็นกรดจะค้างอยู่ในกล้ามเนื้อทำให้เกิดอาการเมื้อยล้า

           แนวทางแก้ไข                ไม่ควรเดินทางในระยะทางที่ไกลและเป็นระยะเวลาที่ยาวนาน (โดยไม่เคลื่อนไหวร่างกาย) ถ้าจำเป็นจริงๆ เราก็ต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการเคลื่อนไหวของร่างกายให้ถูกวิธีด้วย เพื่อเป็นการผ่อนคลายของกล้ามเนื้อ 

http://www.thaihealth.or.th/node/15790